ฟิล์มกรองแสงรถยนต์แบบติดแล้วถอดได้ ทางเลือกใหม่ที่ไม่ทิ้งคราบกาว
EasyTint คือแบรนด์ฟิล์มกรองแสงรถยนต์จากฮ่องกงที่นำเสนอแนวคิด “Reusable Window Tint” หรือฟิล์มกรองแสงแบบ ติดแล้วถอดได้ และนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แตกต่างจากฟิล์มรถยนต์ทั่วไปที่ติดถาวรและใช้กาวเป็นตัวประสาน
แนวคิดของ EasyTint คือการแก้ปัญหาที่ผู้ใช้รถจำนวนมากเจอ เช่น
EasyTint จึงออกแบบฟิล์มที่ยึดเกาะด้วย ระบบไฟฟ้าสถิต (Static Adsorption) ไม่ใช้กาว และสามารถติดซ้ำได้มากกว่า 20 ครั้ง
ฟิล์มกรองแสงทั่วไปจะใช้กาวเป็นตัวยึดติดกับกระจก เมื่อเวลาผ่านไปกาวอาจเสื่อมสภาพ เหลือง หรือทิ้งคราบเมื่อลอกออก แต่ EasyTint ใช้หลักการดูดติดด้วยแรงไฟฟ้าสถิตแทนกาว
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ฟิล์มมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกและไม่ต้องการการติดตั้งแบบถาวร
📖 (อ่านรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับฟิล์ม Reusable ได้ในบทความ: ฟิล์ม Reusable คืออะไร?)
ฟิล์มช่วยลดปริมาณพลังงานแสงอาทิตย์ที่เข้าสู่ห้องโดยสาร ทำให้รถไม่ร้อนสะสมเร็วเท่ากระจกใสปกติ
ป้องกันรังสี UV ได้ในระดับสูง ช่วยลดความเสียหายต่อผิวหนังและภายในรถ เช่น เบาะหรือคอนโซล
มีการผลิตฟิล์มแบบตัดตามรุ่นรถยอดนิยม เพื่อความแม่นยำในการติดตั้ง และลดขั้นตอนการตัดแต่งเอง
EasyTint มีตัวเลือกระดับความเข้ม (Visible Light Transmission – VLT) ได้แก่:
แต่ละระดับเหมาะกับการใช้งานต่างกัน เช่น 5% ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ส่วน 50% จะโปร่งกว่าและเหมาะกับผู้ที่ต้องการทัศนวิสัยที่ชัดเจนมากขึ้น
📍 (ดูการเปรียบเทียบแบบละเอียดในบทความ: ฟิล์ม 5% 20% 35% 50% ต่างกันอย่างไร)
ผู้ใช้สามารถถอดออกเมื่อไม่ต้องการใช้งานได้อย่างอิสระ ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์:
บนเว็บไซต์ทางการมีคำแนะนำขั้นตอนติดตั้งเพิ่มเติม และมีตัวอย่างการสาธิตผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram
🛠️ (อ่านคู่มือเต็มได้ในบทความ: วิธีติดตั้ง EasyTint แบบ Step-by-Step)
แม้ฟิล์มแบบ Reusable จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ผู้ใช้งานควรพิจารณา:
EasyTint นำเสนอแนวคิดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่แตกต่างจากระบบดั้งเดิม ด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าสถิตที่ไม่ใช้กาว และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น ไม่ต้องการความผูกมัดแบบถาวร และต้องการติดตั้งด้วยตัวเอง ฟิล์มประเภทนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดปัจจุบัน
ฟิล์มกรองแสงแบบ Reusable สามารถถอดและติดใหม่ได้หลายครั้ง
ตราบใดที่แผ่นฟิล์มยังไม่เสียรูป ไม่ยับ หรือมีฝุ่นสะสมบนพื้นผิวมากเกินไป
การเก็บรักษาอย่างถูกต้อง เช่น วางบนแผ่นรองเดิม และหลีกเลี่ยงการพับงอ
จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น
อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับความถี่ในการถอดเข้า-ออก และสภาพอากาศ เช่น ความร้อนสูงภายในรถ
ตามแนวทางของกรมการขนส่งทางบก กระจกบังลมหน้า (กระจกหน้า)
ต้องมีค่าแสงส่องผ่าน (Visible Light Transmission – VLT) ไม่น้อยกว่า 70%
ส่วนกระจกด้านข้างคู่หน้า ต้องมีค่า VLT ไม่น้อยกว่า 40%
สำหรับกระจกด้านหลังและกระจกหลังรถ สามารถใช้ความเข้มได้มากกว่า
แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่
หากติดฟิล์มที่มีค่า VLT ต่ำกว่าที่กำหนด อาจทำให้รถไม่ผ่านการตรวจสภาพประจำปี
ฟิล์มระบบ Static Cling ยึดเกาะด้วยแรงสถิตโดยไม่ใช้กาว
จึงไม่ทิ้งคราบเมื่อถอดออก
หากติดตั้งบนกระจกที่สะอาด ไม่มีฝุ่นหรือคราบมัน และไล่ฟองอากาศอย่างถูกต้อง
ฟิล์มจะยึดเกาะได้แน่นสำหรับการใช้งานทั่วไป
อย่างไรก็ตาม หากติดตั้งไม่เรียบหรือมีฝุ่นสะสม อาจทำให้ขอบฟิล์มยกตัวได้
ฟิล์มกรองแสงแบบ DIY สามารถช่วยลดแสงและความร้อนที่เข้าสู่ห้องโดยสารได้ในระดับหนึ่ง
โดยเฉพาะเมื่อมีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพการกันความร้อนอาจแตกต่างจากฟิล์มถาวรประเภทเซรามิคระดับสูง
ซึ่งมีค่า Total Solar Energy Rejection (TSER) สูงกว่า
จุดเด่นของฟิล์มแบบ Reusable คือความสะดวก ความยืดหยุ่น
และการถอดเปลี่ยนได้โดยไม่กระทบกระจก มากกว่าการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
No products in the cart.